บทความแสดงความคิดเห็น…เนื่องในโอกาสพิเศษ

 
จริงๆอยากจะเขียนเรื่องรัฐประหาร โดยคณะปฏิรูปฯ ซึ่งข้าพเจ้าได้ร่าง blog ตอนนั้นไว้นานแล้ว
 แต่ช่วงนี้สถานการณ์บ้านเมืองยังเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
 
…กอปรกับการอยู่ในช่วงสอบ จึงยังไม่ได้ลง blog ใหม่สักที วันนี้สอบ LAB Embryoเสร็จ(ทำไม่ได้เพราะอ่านก่อนสอบ 4 ชั่วโมงเอง)
 
ที่ผ่านมา สอบติดๆกันเลยครับ และทำก็ไม่ค่อยได้ คะแนนก็ไม่ค่อยดี เป็นเพราะอยุ่ในช่วงรัฐประหารนี่แหละ
 
 
 
ข้าพเจ้าได้หันหจุดมุ่งหมายไปติดตามการเมืองและเสนอข้อคิดเห็นทางการเมืองอยู่จนคะแนนแย่ลงเรื่อยๆ
 
จะพยายามกลับไปขยันให้เหมือนตอนเข้าปีหนึ่งเทอมหนึ่ง และต้องขยันให้มากกว่านั้นทางด้านการเรียนให้ได้ครับ
 
อย่างไรก็ตาม ไม่มีทางลืมอุดมการณ์ และจุดมุ่งหมายในชีวิตตนเอง
 
จะกลับมาเขียน blog บ่อยครั้งมากขึ้น ที่หยุดไปสองสัปดาห์ก็เพราะเรื่องการเมืองนี้แหละครับ อย่างนี้จะเรียกว่า "ป่วยการเมือง" หรือเปล่าครับนี่
 
 
 
ขอทิ้งบทความเสนอความคิดเห็นแด่ คณะปฏิรูปฯไว้ ณ blog ตอนนี้
หมายเหตุ จริงๆแล้วความยาวของเรื่องที่จะลงนี่คือ 16 หน้า แต่ได้รับการย่อและสรุปใจความสำคัญ ตัดความเห็นที่เกี่ยวข้องกับคุณทักษิณและสมุนทิ้ง จำกัดไว้ 2 หน้า ไม่มากเกินไป

 

ก้าวใหม่ของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

 

อันเนื่องมาจาก ประกาศ หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๕ เรื่อง การให้นิสิต นักศึกษา มีส่วนร่วมในทางการเมือง ประกาศเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ..๒๕๔๙ นั้น ข้าพเจ้าได้ติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ได้เข้าร่วมเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยมามากมายหลายครั้ง ทั้งการชุมนุมโดยสิทธิภายใต้รัฐธรรมนูญเพื่อประท้วงและต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า สาเหตุที่ระบอบประชาธิปไตยไทยยังไม่พัฒนาไม่เจริญ ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากคำเพียงคำเดียว นั่นคือ คำว่า เห็นแก่ตัว…นักการเมืองไทย หลายคนล้วนเห็นแก่ตัวใช้อำนาจที่มีอยู่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง

ผู้บริหารประเทศที่ผ่านมา คนดีก็เชื่องช้า ส่วนคนโกงก็เร่งเอาใจประชาชน สร้างภาพ ใช้เงินหว่าน คลั่งอำนาจ การลงทุนทำให้คนโกงต้องถอนทุนคืน เกิดคอร์รัปชั่นขนาดหนัก แก้ไขกฎหมายเพื่อธุรกิจตน ทำให้องค์กรอิสระอ่อนแอ ขณะประชาชนของเราส่วนใหญ่ไร้ความรู้ ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย ขาดความสนใจทางการเมือง รู้ไม่เท่าทันนักการเมือง ประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง จึงแทบเป็นไปไม่ได้ แต่อำนาจอธิปไตยกลับตกอยู่ในอุ้งมือของคนเพียงไม่กี่คนที่มีอำนาจในควบคุมประเทศทั้งประเทศ

อย่าว่าแต่ประชาชนที่ความรู้น้อย แม้แต่นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยก็ไม่สนใจการเมือง คนเหล่านี้ลุ่มหลง กับวัตถุนิยม มีชีวิตอย่างสุขสบายไม่ติดดิน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ว่าจะเรื่องใดใด เศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์ กีฬา ฯลฯ การกิน การอยู่ การใช้ชีวิตประจำวันของคนทุกคน ล้วนอยู่เกิดจากการกำหนดของรัฐบาลทั้งสิ้น

                ในสภาวะที่การเมืองไทยหมดทางแก้ แสงริบหรี่ สิ่งที่ประดุจแสงสว่างในความคิดข้าพเจ้าได้มาถึง เมื่อเกิดการปฏิรูปการเมือง โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข(คปค.) ข้าพเจ้าขอถือว่าเป็นวิวัฒนาการของประชาธิปไตยไทยขั้นตอนหนึ่ง เพื่อให้เกิดประชาธิปไตยเพื่อปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง

                ข้าพเจ้าขอเสนอความคิดเห็นดังนี้

.เกี่ยวกับคปค.

ควรเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนทุกหมู่เหล่าว่าเรื่องนี้ต้องทำเพื่อประชาธิปไตยในอนาคต เพราะหากปล่อยให้มีการโกงกินมหาศาล, สถาบันอิสระที่ปกป้องประเทศ ปกป้องประชาชน อ่อนแอ ประชาชนแตกแยกกันจนจะเกิดสงครามทางการเมือง, เงินและประโยชน์ส่วนตนเป็นสิ่งสำคัญและได้รับการยกย่องในสังคมไทย ก็ไม่สามารถเกิดประชาธิปไตยได้ ดังนั้นควรได้ปูระบอบพื้นฐานใหม่ ให้ทุกคนเท่าเทียมกัน จนเงินและคนมีเงินไม่อาจซื้อประชาธิปไตยได้อีก

 

.เกี่ยวกับการพัฒนาการปกครองระบอบประชาธิปไตยในขั้นต่อไป

        ในขณะที่มีนายกรัฐมนตรีรักษาการณ์ ควรให้นักวิชาการ นักศึกษา ข้าราชการ ผู้มีความรู้ความสามารถจากทุกหมู่เหล่า รวมถึงตัวแทนประชาชนจากรากหญ้า ร่วมกันจัดตั้งองค์กรที่ปรึกษารัฐบาล ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างเครือข่ายให้ความรู้ ความเข้าใจ ประชาธิปไตย จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิด ความเข้าใจกันในกลุ่มชนต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางการเมืองให้ชุมชนประชาชนทุกระดับ

.เกี่ยวกับการศึกษา

ขณะมุ่งเน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจทำให้เกิดความเชื่อมั่นสำหรับนักลงทุน และความเชื่อมั่นของประชาชน การพัฒนาด้านการศึกษา และการวิจัยเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่ไป ควร สนับสนุนนักวิทยาศาสตร์ เป็นหัวรถจักรขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งโรงเรียนวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยมีอยู่ที่เดียวและจะเป็นตัวอย่างได้ดีที่สุดในขณะนี้ คือโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์  ต้องให้งบประมาณสนับสนุนการศึกษาอย่างเต็มที่  เพิ่มรายได้ครูอาจารย์ที่กระตือรือร้นทำเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน ส่งเสริมให้คนฉลาด

ควรส่งเสริม สร้างความรู้ความเข้าใจประชาธิปไตยให้แก่เด็กนักเรียน นักศึกษา อย่างไม่ปิดกั้น เช่นให้เข้าใจการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แบบสงบ สันติ อหิงสา อาจตั้งวิชาความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

.เกี่ยวกับการสื่อสารมวลชน

กำหนดให้สื่อมวลชนเสนอข่าวตามความเป็นจริง เลิกยั่วยุให้เกิดความแตกแยก ให้ชมรมนักหนังสือพิมพ์ วิทยุ ทีวี แห่งประเทศไทยเสนอความคิดเห็นที่สร้างสรรค์แก่รัฐบาล ยุบหรือเลิกการเสนอข่าวบันเทิงไร้สาระเป็นหลัก สนับสนุนช่องทีวีที่เป็นทางเลือกใหม่ของประชาชน สื่อต้องไม่มีอภิสิทธิ์ใดใด แต่ให้ประชาชนเลือกรับชมและวิเคราะห์ข้อมูล

.รัฐบาลที่ได้มาจากการเลือกตั้งในอนาคต

                กระทรวงต่างๆ ต้องมีอิสระในการคิดการทำงาน ไม่ขึ้นกับนักการเมืองเป็นใหญ่ รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงควรรู้ลึก รู้จริงในการงานของกระทรวงนั้นๆ เพราะรัฐมนตรีผู้มีแต่สั่ง ไม่เคยเข้าใจระบบอย่างแท้จริง และสร้างนโยบายประชานิยม สร้างความเสียหายให้ประเทศมากกว่าความเจริญ

                มีองค์กรอิสระสำหรับตรวจสอบนักการเมือง และกำหนดโทษการทุจริตให้หนักมากยิ่งขึ้น

                เงินเดือนหรือค่าตอบ สส. นายกฯ ที่ปรึกษารัฐบาล องค์กรตรวจสอบต่างๆ มีจำนวนสูง เพื่อตอบแทน และให้พอใช้ไม่ต้องไปโกงกิน

สรุป

                ขอแสดงความคิดเห็น ในฐานะนักศึกษาคนหนึ่งที่อยากมีส่วนร่วมในทางการเมืองตามที่คปค.สนับสนุน·

About these ads

7 responses to “บทความแสดงความคิดเห็น…เนื่องในโอกาสพิเศษ

  1. ความคิดดีมากนะ   แต่   ในสภาพที่คนไทยยังคงรู้อะไรน้อย สนใจอะไรน้อย ก็ยากอยู่ดี
     
    กอปรกับ ความซับซ้อนเชิงสังคมมีมากกว่านั้นอีกมากฉะนั้น….ปัญหาประเทศไทย(ไหนๆ) ก็ยังคงอยู่เช่นเดิม
     
    ขอแย้งว่า การศึกษา เน้นวิทยาศาสตร์ก็ดีในแง่การใช้เหตุผล แต่ไม่ได้ครอบคลุมทุกอย่าง ใช่ว่าประเทศที่มี
     
    นักวิทยาศาสตร์มากจะดีหรือทำให้เศรษฐกิจดีเสมอไป  มันต้องมีอีกหลายปัจจัยอีกหลายอาชีพที่เสริมกัน
     
    หากประเทศนั้น(ไทย) ปิดกั้นความสามารถ มีค่านิยมเดิมๆ ก็ไม่ก้าวหน้าอยู่ดี เช่น การที่เด็กที่จบจากโรงเรียน
     
    มหิดลวิทยานุสรณ์เองก็ยังสอบเข้าเรียนแพทย์ มากกว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดเช่นกัน
     
    คิดว่าทุกอย่างอยู่ที่การปลูกฝั่ง วางระบบใหม่ ค่านิยม ความคิด

  2. 555 หวัดดีค่ะ….
    เป็นยังไงบ้าง  ยังไงก็ขอบใจกล้านะที่ยังคิดถึงกัน เนี่ยแพรพึ่งได้คอมใหม่มา…เห้อจะได้ทำงานได้ซะที
    รู้สือว่าเหมือนตัวเองขาดการติดต่อสื่อสารอย่างแรงหลังจากคอมเครื่องเก่าป่วย
    ก็รู้อะนะว่าตอนนี้สอบก็คงยุ่งๆ  ก็อย่ามัวแต่สนใจการเมืองจนลืมอ่านหนังสือละ
     
     เพื่อนแพรมักจะบอกว่าแพรเป็นคนที่เขียนไดอารี่หรือBlog ยาวมากๆๆๆ  แต่ยังไงแพรก็ขอพูดคำเดิมนะว่า "สู้"กล้าไม่ได้จิงๆ
    ตอนนี้งานแพรเยอะอย่างที่แม่หรือน้าต้อยของกล้าบอกหละ…  มีทั้ง ทริปไปต่างจังหวัด มีทั้งสอบ มีทั้งรายงานและรวมถึงงานอันกองพะเนิน
    บอกว่าตอนนี้เหนื่อยมากๆเรย …บางทีจะเอาเวลาพักก็ยากละ กล้าก็อย่าหักโหมนะ
    เหมือนเข้ามาBlogของกล้ายังกะ อินเตอเน็ท Newsแหนะ..!!!  แบบว่าข้อมูลอัดแน่น ก็อย่างที่แม่แพรบอกแหละว่า
    กล้าเป็นคนที่มีระเบียบมากๆ  ซึ่งดูเหมือนไม่ใช่แพรเรยมั้ง555…
                ตอนนี้ปัญหาชีวิตก็มีพอควรแต่พยายามแบ่งภาคอยู่นะว่าช่วงไหนทำอะไรบ้าง จะไม่เอามาปนกัน….
    หลายคนที่บอกว่าเด็ก ABAC ไฮโซ ลูกคุณหนู สบาย ไม่จริงเรยเหอะ…..เอแบคการเรียนเนี่ยฟิกสุดๆ เอาง่ายว่าระเบียบจัดยังกับกลับไปเรียนม.ต้นงั้นแหละ
    ด้วยความยึดหลังที่ว่า working hard จะบ้าตาย ก่อนจบนี่ไม่ต้องโดนงานสูบเลือดสูบเนื้อไปหมดและ
                กล้าละ…Happy กับชีวิตดีมั้ย แต่แพรว่าก็โอเคใช่มั้ย…(ถ้าไม่ใช่ก็บอกด้วยนะ)  เรื่องเรียน เพื่อนและ …(ความรัก)
    แม่แพรก็ยังคงยึดสเต็ป BANเช่นเคย เพราะ"ปี2ยังดูเด็กไป"  หรือจะอย่างที่เค้าพูดกันว่าไม่ว่าจะโตไปอีกซักกี่ปี ลูกก็จะยังดูเด็กในสายตาพ่อแม่เสมอ
    คิดว่าปิดเทอมน่าจะพอมีเวลาไปเจอกันได้นะ อยากเจอเหมือนกัน ….ถ้าได้เจอคุณยายก็ฝากความคิดถึงด้วยนะ
    อยากไปเยี่ยมแต่มันไม่มีเวลาจิงๆ กะว่าถ้าปิดเทอมก็จะไปเยี่ยม….
                อย่างว่าเรียนแพทย์นี่หนักนะ ….take care ตัวเองด้วย อย่ามัวแต่ "กู้ชาติ"5555
     
     

  3. หลายฝ่ายมองว่าการกระทำของคปค. แสดงให้เห็นถึงความเป็นไทยสองประการ
     
    ประการที่หนึ่ง แสดงให้เห็นว่ากระบวนการต่างๆขององค์การด้านการตรวจสอบและถ่วงดุลของไทยห่วยบัดซบ ขนาดต้องทำการรัฐประหาร(ขออนุญาตใช้คำนี้ ตามความเป็นจริง)
     
    ประการที่สอง แสดงความเคลือบแคลงเบื้องลึกในจิตใจคนไทยบางอย่างที่ไม่อาจกล่าวถึงในที่นี้
     
     
    สำหรับตัวผมเองแล้ว คิดว่า เมื่อสังคมบ่มหนองต้องสะสาง
     
    เป็นธรรมดาโลกย์แห่งการเมืองไทยที่ยังไม่เสถียร เราไม่อาจต้านทาน ตถตา นี้ที่จะเกิดขึ้นได้ทุกๆสิบกว่าปี
    ให้รับทราบทั่วกัน
    และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ความเป็นประชาธิปไตยแบบไทยแท้ได้ปรากฏสู่สายตาชาวโลก

  4. คนที่โพสคนแรก-nonameคือใครครับ ช่วยกรุณาแนะนำตัวหน่อยครับ เพราะเขียนเหมือนความคิดผู้ใหญ่ และนักวิจารณ์อย่างคุณหมอชัญวลีเลยครับ (หรือเป็นคุณหมอปลอมตัวมา-เอ… ปกติคุณหมออ่านอย่างเดียว ไม่โพสนะ)
     
    เห็นด้วยมากว่าหลายปัจจัยหลายอาชีพ และค่านิยมเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่ความคิดเห็นที่ย่อมานี่เป็นเพียงเน้นส่วนด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้นแต่ไม่ใช่หมายความว่าสำคัญมา และได้เน้นย้ำแล้วว่า
     
    "ขณะมุ่งเน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจทำให้เกิดความเชื่อมั่นสำหรับนักลงทุน และความเชื่อมั่นของประชาชน การพัฒนาด้านการศึกษา และการวิจัยเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่ไป "
     
    แปลว่าคุณอาจเข้าใจผิดนิดหน่อยนะครับ
     
    อย่างไรก็ตามขอขอบคุณมากนะครับ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าคุณเป็นใครก็ตาม

  5. ส่วนคุณเบิร์ดเอง ต้องขอขอบคุณมากนะครับที่มาเยี่ยมชมบ่อยๆ และเสนอความคิดเห็นตลอด เกรงใจคนดังจริงๆนะนี่ (ได้ข่าวจากสายมหิดลบ่อยๆ ว่าดัง เก่ง และดี มีคุณธรรม)
    หวังว่าจะได้เขียน blog ในเร็ววันนะครับ รอติดตามชมอยู่ครับ
     
    สำหรับแพรไปโพสที่ blog เธอแล้วเน้อ

  6. อ่านะ เหงหายไปนานนึกว่าไปอ่านหนังสือซะอีก -_-"
     
    ไงก้ออ่านหนังสือสอบบ้างนะจ๊ะ สู้ๆเอาใจช่วย
     
    สอบเส็ดก็ปิดเทอมแล้ว ค่อยมาว่ากันต่อ
     
    ไปอ่านpharmacoก่อนแระ บะบาย

  7. นู๋ สัง แห่ง Beleven

    อืม ก็ดีเน้อ
     
    คนเราแสดงความคิดเห็นก็ดีอ่ะนะ
     
    ยิ้มๆๆๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s